Your privacy is important to us. We need your data just for the important process of services. Please allow if you accept the term of privacy comply with PDPA. Read term and privacy policy
Add LINE ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
ติดต่อฝ่ายขาย
Meet in Touch Logo Meet in Touch – Interactive Meeting Room Solution
  • Highlight
  • Portfolios
  • Blogs
  • Contact Us
Demo Request
Meet in Touch Logo Meet in Touch – Interactive Meeting Room Solution
  • Highlight
  • Portfolios
  • Blogs
  • Contact Us
อัปเดตเทรนด์ ออฟฟิศยุค Next Normal ด้วย “เทคโนโลยี Smart Workplace”

อัปเดตเทรนด์ ออฟฟิศยุค Next Normal ด้วย “เทคโนโลยี Smart Workplace”

Thanachai
NewsWorkplace Trends
06/04/2021

มาเกาะติดเทรนด์ Smart Workplace Technology ที่สามารถปรับใช้ได้จริงกับองค์กรหัวสมัยใหม่ ! มาดูกันว่าออฟฟิศยุค Next Normal จะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง

เมื่อวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา Exzy โดย คุณลิ้งค์-จอมทรัพย์ สิทธิพิทยา CEO และ Co-Founder ได้ร่วมบรรยายในงาน Webinar “Tech Talk Thai Virtual Summit” Concept “Enterprise Tech & Innovation” ในหัวข้อ “The Smart Workplace Post COVID-19 : How Tech Can Help”

Table of Contents

Image link

คุณลิ้งค์ – จอมทรัพย์ สิทธิพิทยา ได้อัปเดตเทรนด์ต่างๆเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่สำนักงานแบบใหม่ที่เกิดจากผลกระทบในเรื่องของ COVID-19 และวิธีการทำ Smart Workplace พร้อมกับยกตัวอย่างกรณีศึกษาจากบริษัทชั้นนำ ที่ประสบความสำเร็จในการทำ Workplace Transformation โดยใช้เทคโนโลยีต่างๆจากแบรนด์ “Exzy Workplace Plus”

วันนี้เราจึงอยากสรุปให้ทุกคนได้อ่านกันอีกครั้ง มาดูกันว่าเทคโนโลยีต่างๆนั้นมีอะไรกันบ้างและองค์กรต้องปรับตัวอย่างไร

เมื่อรูปแบบ “ออฟฟิศ” ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

จากสถานการณ์ COVID-19 ทำให้ออฟฟิศในยุคใหม่ต้องปรับตัว ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการทำงานและสถานที่ทำงาน ทำให้เกิดวิถีการทำงานรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “Hybrid Workplace” การผสมผสานระหว่างการทำงานที่ออฟฟิศ และการทำงานได้จากที่ไหนก็ได้ (Remote Working) การมีพื้นที่ทำงานแบบนี้ทำให้องค์กรได้ใช้พื้นที่ได้อย่างเต็มที่และเกิดประโยชน์สูงที่สุด ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำงานนั้นมี ดังนี้

  • ต้องการลดค่าใช้จ่าย – ปัจจุบันหลังจากที่เริ่มมีการกลับเข้ามาทำงานในออฟฟิศแล้ว ทำให้มูลค่าราคาค่าเช่าพื้นที่นั้นกลับเริ่มมีราคาที่สูงขึ้น และด้วยผลกระทบทางเศรษฐกิจ ทำให้ในหลายๆ องค์กรนั้นมีความต้องการที่จะลดพื้นที่ทำงานลง
  • ต้องการดึงดูดคนเก่งเข้ามาทำงาน – Gen Z หรือเด็กรุ่นใหม่กำลังเข้าสู่วัยทำงาน ซึ่งเป็นกำลังหลักขององค์กรต่างๆ ดังนั้นองค์กรต้องปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำให้น่าทำงาน ทันสมัย เพื่อดึงดูดคนทำงานรุ่นใหม่ และเป็นการรักษาพนักงานที่อยู่ก่อนแล้วให้มี Engagement ที่ดียิ่งขึ้น
  • สร้างพื้นที่ทำงานร่วมกัน – การที่มีพื้นที่ทำงานร่วมกัน หรือพื้นที่ทำงานส่วนกลางทำให้องค์กรนั้นสามารถลดค่าใช้จ่ายได้โดยการลดพื้นที่โต๊ะทำงานประจำ และยังเป็นการทำให้พนักงานได้ทำงานร่วมกันกับแผนกอื่นๆ ได้เป็นการส่งเสริมสร้างไอเดียใหม่ๆ ร่วมกัน ทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
  • ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับบริษัท – การนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการจัดการพื้นที่นั้นจะช่วยให้เกิดประสิทธิภาพให้การทำงาน และยังส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับองค์กรดูทันสมัย น่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น

เทคโนโลยีเข้ามาช่วยจัดการได้อย่างไร

Image link

จากปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้น และสถานการณ์ปัจจุบันที่ทุกองค์กรจะต้องปรับตัวและคำนึงความปลอดภัยในออฟฟิศมากขึ้น ทำให้เทคโนโลยีต่างๆ นั้นเข้ามามีบทบาทที่สำคัญอย่างมาก อีกทั้งยังช่วยให้การกลับมาทำงานในออฟฟิศนั้นมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งในประเด็นนี้คุณลิ้งค์ได้ให้ความเห็นว่า

“ Exzy ได้มองเห็นถึงแนวโน้ม และปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น จึงคิดคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีโซลูชัน ที่จะมาปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำงานแบบ Traditional ให้กลายเป็น Smart Office อย่างครบวงจร ”

โดย Exzy ได้มองว่าในอนาคตนั้นพื้นที่ในออฟฟิศจะแบ่งแยกพื้นที่ ออกได้ประมาณ 3 โซนหลักๆ เช่น โซน Public (บริเวณทางเข้า), โซน Semi-Public (บริเวณส่วนกลาง) และโซน Private (บริเวณภายใน) โดยภายในแต่ละโซนนั้นควรที่จะต้องมี Solution Technology มาช่วยในการบริหารจัดการให้เป็นระบบ ดังนี้

Visitar – ระบบบันทึกข้อมูลผู้มาติดต่อภายในบริษัท ทำให้องค์กรสามารถทราบได้ทันทีว่ามีใครที่เข้ามาภายในอาคารบ้าง และสามารถเชื่อมต่อกับระบบ Access Control ของอาคารหรือระบบ Face Recognition ได้ เป็นระบบที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในพื้นที่มากยิ่งขึ้น

 

Image link

Co Desk – ระบบจองโต๊ะทำงานส่วนกลาง เป็นระบบที่จะมาช่วยทำให้การจองโต๊ะ Hot Desk เป็นระบบมากยิ่งขึ้น ง่ายต่อการจัดการพื้นที่ทำงาน สามารถที่จะระบุตำแหน่งของพนักงานได้ว่าอยู่ตรงไหน ยังสามารถเชื่อมต่อกับระบบอีเมลขององค์ที่มีอยู่ได้ เช่น Gmail, O365, หรือ Outlook เป็นต้น เพื่อให้พนักงานทราบข้อมูลและเวลาในการจองที่นั่ง ซึ่งสอดคล้อง New Normal ที่จะเป็นการกระจายพื้นที่การทำงานของพนักงานได้อีกด้วย

 

Image link

Meet in Touch – ระบบจองห้องประชุม ระบบที่จะเข้ามาช่วยบริหารจัดการห้องประชุมได้แบบทันสมัย ช่วยแก้ไขปัญหาการจองซ้ำ จองซ้อน หรือจองแล้วไม่มีคนมาใช้ห้องประชุม ระบบจองห้องประชุมของเรานั้นทำให้เกิดประสิทธิภาพในการประชุมมากยิ่งขึ้น โดยถ้าหากผู้ที่จองห้องประชุมไม่มา Check in ภายใน 15 นาที ห้องประชุมนั้นก็จะถูกตัดให้ว่างอัตโนมัติ

Lockerspace – ระบบ Smart Locker อัฉริยะที่มาพร้อม Face Recognition System ใช้ยืนยันตัวตนแทนการใช้กุญแจ และยังรองรับระบบ QR Code และบัตรพนักงานได้ในระบบเดียว ซึ่งระบบนี้จะช่วยรองรับการทำงานแบบ Agile และมีระบบบันทึกข้อมูลการใช้งานได้ เพื่อเพิ่มระดับความปลอดภัย

 

“การทำงานในยุค Next Normal นั้นจะเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ออฟฟิศจะ Transform เป็นรูปแบบของ Hybrid Workplace และ Technology จะกลายเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับออฟฟิศในยุคนี้”- คุณลิ้งค์ จอมทรัพย์ สิทธิพิทยา

กรณีศึกษาจากบริษัทชั้นนำ

Image link

คุณลิ้งค์ได้ยกตัวอย่างการปรับพื้นที่ทำงานจากบริษัทชั้นนำอย่าง KPMG บริษัท Auditor Top 4 ของโลก ทาง KPMG นั้นเริ่มจากการอยากลดขนาดของพื้นที่ทำงานลง บนตึก Empire Tower เพราะพนักงานในบางแผนกนั้นไม่จำเป็นต้องอยู่ออฟฟิศตลอดเวลา ทางบริษัทเลยทำการ Renovate ปรับเปลี่ยนพื้นที่ให้เป็น Hot Desk มากยิ่งขึ้น

เดิมทาง KPMG มีพนักงานอยู่ทั้งหมดราวๆ 1,200 คน และอยากจะรับพนักงานเพิ่มเป็น 1,600 คน ซึ่งทาง KPMG ได้เลือกใช้ระบบจองโต๊ะส่วนกลาง (Co Desk) จาก Exzy ที่มาทำให้การจองโต๊ะทำงานส่วนกลางอย่างเป็นระบบและยังช่วยให้ทราบถึง Usage Data ในพื้นที่ ทำให้ KPMG นั้นสามารถประหยัดค่าเช่าพื้นที่ไปได้หลายสิบล้าน และยังสามารถรองรับพนักงานเพิ่มได้อีกในอนาคต
จากกรณีนี้จะเห็นได้ว่าพื้นที่ที่มีอยู่นั้นอาจจะเพียงพออยู่แล้วหรือมีมากกว่าที่ต้องการ แต่เพราะองค์กรไม่มีข้อมูลอย่างแม่นยำ เพื่อวัดและประเมิน

ดังนั้นการนำระบบ Smart Workplace เข้ามาใช้ช่วยก็จะสามารถช่วยให้องค์กรสามารถวางแผนปรับเปลี่ยนพื้นที่ได้อย่างตรงจุด และยังคุ้มค่าต่อการลงทุนเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะช่วยในเรื่องของการลดค่าเช่าพื้นที่ที่มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆในแต่ละปีแล้วนั้น ยังช่วยให้พนักงานหรือคนในองค์กรมีประสบการณ์ทำงานที่ดีขึ้น ส่งเสริมภาพลักษณ์ของธุรกิจให้ดูทันสมัยมากยิ่งขึ้น

สรุป

จะเห็นได้ชัดว่าการที่มี Smart Workplace Technology เข้ามาบริหารจัดการในออฟฟิศนั้นมีประโยชน์และคุ้มค่าในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็น การสร้างสิ่งแวดล้อมการทำงานที่ดีให้กับองค์กร เกิดประสิทธิภาพมากขึ้นในการทำงาน หรือลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว เป็นต้น 

ดังนั้นเทคโนโลยีนั้นไม่ใช่เป็นเรื่องไกลตัวอีกต่อไป เพราะในยุค Next Normal นั้นจะทำให้รูปแบบการทำงานนั้นเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งถ้าองค์กรหรือธุรกิจนั้นไม่ปรับตัวก็อาจจะก่อให้เกิดผลเสีย หรืออาจจะใช้พื้นที่ออฟฟิศที่มีอยู่ได้อย่างไม่คุ้มค่า

Share on Facebook Share on X

Continue Reading

Previous post

Exzy จัดเต็มเทคโนโลยี Smart Workplace ในงาน Thaioil Learning and Innovation Day 2020

Next post

ระบบ Smart Office คืออะไร? สรุปครบ จบในที่เดียว!

ผู้นำด้าน End-to-End Smart Office แบบครบวงจร อันดับ 1 ในไทย การันตีด้วยความเชื่อมมั่นจากองค์กรชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศกว่า 350+ องค์กร

Resources

Portfolios
Blogs

Company

บริษัท เอ็กซ์ซี จำกัด
55 ซอยไพศาล แขวงห้วยขวาง
เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310

Facebook Youtube Envelope Phone-alt

Exzy Co., Ltd. © All rights reserved